วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557

ลดน้ำหนักด้วยกล้วยมื้อเช้า




วิธีปฏิบัติ

1. เริ่มจากกินกล้วยหอมอย่างเดียวในมื้อเช้า จะกี่ลูกก็ได้ตามต้องการ เคี้ยวให้ละเอียด หลังจากกินเสร็จแล้วยังหิวอยู่ ให้เว้นระยะเวลา 15-30 นาที จึงรับประทานอย่างอื่น เช่น ข้าว เป็นต้น ถ้าวันไหนเบื่อกล้วย หรือไม่ชอบกล้วยหอมจริงๆ จะเปลี่ยนเป็นผลไม้ชนิดอื่นก็ได้ เช่น แอ๊ปเปิ้ล แคนตาลูป หรือแตงโม เป็นต้น แต่ขอให้เป็นผลไม้ชนิดเดียวเท่านั้น เพื่อแบ่งเบาภาระของกระเพาะของเราไม่ให้เหนื่อยเกินไปที่จะผลิตน้ำย่อยกรดด่างต่างกัน 
2. เครื่องดื่มที่ดื่มควบคู่กับกล้วยหอมตอนเช้าคือน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้อง และดื่มบ่อยๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณ 
3. ส่วนมื้อกลางวัน จะกินอะไรก็ได้ แต่ต้องเคี้ยวให้ละเอียด กินให้พอเหมาะและไม่อึดอัดท้องจนเกินไป 
4. พอถึงบ่ายสามก็กินของว่างได้บ้าง โดยเฉพาะของว่างประเภทข้าว ช็อกโกแลต หรือผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น 
5. กินอาหารเย็นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเวลาเหมาะสมจะอยู่ที่ 6 โมงเย็นแต่ไม่เกิน 2 ทุ่ม และพยายามกินให้เร็วขึ้นจากปัจจุบันสักครึ่งชั่วโมง รวมทั้งไม่รับประทานของหวานหลังอาหารเย็นด้วย ซึ่งการกินข้าวเย็นแต่เร็ววัน ถึงแม้จะกินเยอะก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด
6. นอนหลับให้ไวขึ้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องนอนก่อนเที่ยงคืนให้ได้ พยายามนอนก่อนเที่ยงคืนให้เป็นนิสัย เพื่อฟื้นฟูร่างกายขณะหลับ กำจัดความเหนื่อยล้าซึ่งจะทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพผอมได้ง่าย
7. ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายที่ไม่หักโหมจนเกินไป ทำให้พอเหมาะ เพื่อร่างกายสดชื่น การออกกำลังกายอย่าหักโหมจนรู้สึกทรมาน การไดเอ็ทจะไม่ได้ผล
8.จดบันทึกไดเอ็ทไดอารี่ให้เป็นนิสัย และเปิดเผยให้คนอื่นอ่านด้วย เป็นบ่อเกิดแห่งกำลังใจอย่างหนึ่ง

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

กล้วย 1 ใบ ทำอะไรได้บ้าง



หันมากินกล้วยกันเถอะเรา...เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับแอปเปิ้ล ผลไม้ที่วงการโภชนาการยกย่องให้เป็นสุดยอดอาหารทรงคุณประโยชน์แล้ว กล้วยมีโปรตีนมากกว่าแอปเปิ้ลถึง 4 เท่า มีคาร์โบไฮเดรตมากกว่า 2 เท่า มีฟอสฟอรัสมากกว่า 3 เท่า มีวิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า และมีวิตามินรวมทั้งแร่ธาตุอื่นๆ มากกว่า 2 เท่า และอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและประสาท ช่วยควบคุมความดันโลหิต
         นอกจากนี้ กล้วยยังมีเส้นใยและกากอาหาร ไม่ว่าจะเป็นกล้วยสดหรือตากแห้ง ก็ล้วนแต่อุดมไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติ 3 ชนิด คือ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส น้ำตาลเหล่านี้จะหมุนเวียนในกระแสโลหิต ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว
         จากงานวิจัยพบว่า การรับประทานกล้วยเพียง 2 ผล ก็สามารถเพิ่มพลังงานให้อย่างเพียงพอต่อการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ได้นานถึง 90 นาที นักกีฬาจึงมักจะรับประทานกล้วยเป็นอาหารเพิ่มพลังงานก่อนหรือระหว่างการแข่งขัน
         กล้วยยังได้ชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงสมองอีกด้วย มีงานวิจัยที่ให้นักเรียน 200 คนรับประทานกล้วยในมื้อเช้า ตอนพัก และมื้อกลางวันของทุกวัน เพื่อดูว่ากล้วยจะช่วยส่งเสริมกำลังสมองของพวกเขาได้หรือไม่ ผลปรากฏว่านักเรียนได้คะแนนดีจากการสอบตลอดปี การวิจัยแสดงให้เห็นว่า โพแทสเซียมในกล้วยที่มีอยู่ในปริมาณสูง ทำให้นักเรียนตื่นตัวในการเรียนมากขึ้น
         สำหรับคนที่ระวังเรื่องน้ำตาล กล้วยน้ำว้าคือ กล้วยที่ดีที่สุด เพราะมีน้ำตาลน้อย ถัดมาคือกล้วยไข่ และกล้วยหอมกล้วยทั้งสามชนิดล้วนเป็นผลไม้ที่หาง่ายในบ้านเรา ราคาก็ไม่แพงจนเกินไป อยากสุขภาพดีแบบกล้วยๆ จงหันมากินกล้วย ณ บัดนี้

เทคนิคการปลูกกล้วย

เมื่อกล้วยอายุประมาณ 9 เดือนมันก็ออกลูกโดยมีหลักเกณฑ์ในการสังเกตดูว่าในช่วง 9 เดือนนี้ วันไหนมันจะออกลูกสังเกตได้ดังนี้
1). นับอายุ 9 เดือน ตั้งแต่วันปลูก
2). นับใบ เพราะกล้วยออกลูก จะมีใบไม่เกิน 14 ใบ
3). ดูใบที่สั้นกว่าใบอื่นซึ่งจะมี 3 ใบ คือ ใบสั้นที่ 1, ใบสั้นที่ 2 และใบสั้นที่ 3 หรือชาวบ้านเรียกกันว่า "ใบธง" จะสั้นกว่าใบสั้นทั้ง 2 ใบแรกใบสั้นของกล้วยตั้งแต่ใบที่ 1-3 นี้ จะเป็นตัวบอกว่า ถ้าใบสั้นที่ 1 ออกจะแสดงว่า ดอกกล้วย (ซึ่งจะพัฒนาเป็นหวีกล้วยนั่นแหละ) จะอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 50 ซม. ใบสั้นที่ 2 ออกแสดงว่า ดอกกล้วยจะอยู่สูงจากพื้นดินประมาณกลางลำต้น ใบที่ 3 ออกดอกจะอยู่บริเวณลำคอหรือ ห่างจากยอดลงมาประมาณ 30 ซม.
ดังนั้นถ้าเรารู้ระยะของดอกแล้ว เราสามารถกำหนดให้ดอกกล้วยออกในระดับใดก็ได้จากเหตุผลที่อธิบายข้างต้น โดยการเจาะรูขนาด 2" หรือ ถ้าต้นเล็ก ก็ 1" ที่ลำต้น จะเป็นรูเหลี่ยมหรือกลมก็ได้ โดยเจาะรูในระดับที่คาดการณ์ของความสูงของดอก ให้เจาะลึกถึงหยวกกล้วย(แกนของลำต้น) แล้วนำแผ่นพลาสติกแข็งหรือสังกะสีมาเสียบดักด้านบนของรูที่เจาะ เพื่อดักดอกกล้วยไม่ให้แทงขึ้นไป เพื่อออกหวีบนยอด เมื่อดอกกล้วยโดนดักแล้ว มีรูให้งอกออก มันจะงอกออกตามรูนั่นแหละ แล้วจะเกิดเหตุประหลาดถ้าใครไม่รู้เทคนิคการบังคับให้กล้วยออกหวีแบบนี้จะมีผลดีในการดูแลรักษาลูกกล้วยและง่ายต่อการเก็บเกี่ยว อีกอย่างคนที่ทำได้จะรู้สึกภูมิใจแน่ ๆเลย ถ้ามีคนถามว่าทำได้ไง จะ ยิ้ม.ม.ม.ม.ม.ม.ม...หน้าบานเป็นกระด้งเลย

วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

วิธีการทำกล้วยฉาบ


      การทำกล้วยฉาบ เป็นวิธีการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรที่มีมาแต่โบราณ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต กล้วยฉาบเป็นขนมที่มีประโยชน์ที่เกิดขึ้นมาจากภูมิปัญญาของคนไทย วันนี้เพื่อนฟาร์มมีสูตรการทำกล้วยฉาบสุดอร่อยมาฝากกันค่ะ

การทำกล้วยฉาบให้อร่อย

วัสดุและอุปกรณ์ในการทำกล้วยฉาบ


1.กล้วยที่แก่จัด แต่ไม่ถึงกับสุก กล้วยที่นิยมนำมาฉาบจะเป็น กล้วยน้ำหว้า
2.น้ำมันสำหรับใช้ทอด
3.น้ำตาลทราย
4.เกลือ
5.เนย
6.ใบเตย

วิธีการทำกล้วยฉาบ


1.นำกล้วยมาปอกเปลือกแล้วนำไปแช่น้ำเกลือไว้เพื่อไม่ให้กล้วยมีสีดำ


2.ฝานกล้วยเป็นแผ่นบางๆตามยาวหรือตามขวางก็ได้แล้วแต่ว่าจะชอบแบบไหน

ขั้นตอนในการฝานกล้วยเพื่อทำกล้วยฉาบ


3.นำกล้วยลงไปทอดในน้ำมันที่ผสมเนยและใบเตย หมั่นกลับกล้วยบ่อยๆให้สุกสม่ำเสมอกัน จนกรอบ ไม่ต้องให้กล้วยเหลืองจากกระทะ คือเอาให้พอกรอบ แล้วพอตั้งไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน กล้วยจะเหลืองเอง
4.ตั้งกระทะ ใส่น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำตาล 1/2 ถ้วย ใส่เกลือเล็กน้อย เคี่ยวให้น้ำตาลเหนียวและเหลือง ลดไฟลง
5.นำกล้วยที่ทอดเสร็จไปคลุกเคล้ากับน้ำตาล ระวังอย่าทำแรงเพราะกล้วยจะแตก

การทอดกล้วยฉาบ



เป็นอันว่าเสร็จพิธีในการทำกล้วยทอด ในขั้นตอนการทำน้ำเชื่อมใครอยากได้รสชาติหรือกลิ่นอะไรก็สามารถดัดแปลงได้ครับ อาจใช้น้ำผึ้งผสมน้ำตาลก็ได้ เพื่อความหอม เป็นต้น

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

กล้วยเล็บมือนาง


กล้วยเล็บมือนาง อบน้ำผึ้ง 

 กล้วยเล็บมือนางเป็นผลิตผลทางการเกษตรที่เด่นเป็นสำคัญของอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ดังคำขวัญประจำจังหวัดว่า ลักษณะเด่นของกล้วยเล็บมือนาง อำเภอหลังสวน ก็คือ ขนาดของผลไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป รสชาติกลิ่นหอม ทำให้เป็นที่นิยมของคนต่างถิ่นจนถึงกับส่งไปจำหน่ายยังต่างจังหวัด โดยเฉพาะขึ้นห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ แต่ในบางครั้งทางร้านที่รับไปขายไม่หมดเจ้าของสวนต้องรับกล้วยที่สุกงอมกลับคืนมา เกษตรกร จึงนำมาให้ทำเป็นกล้วยอบแห้งเพื่อเป็นการเก็บถนอมอาหารอย่างดี 


กล้วยเล็บมือนางเคลือบช็อกโกแล็ต 

กล้วยเล็บมือนางอบแห้ง นำมาจุ่มช็อกโกแลต โดยให้เคลือบอย่างสม่ำเสมอ โรยทับ/คลุกกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ปั่น/อบแล้ว ในอัตราส่วน กล้วยเล็บมือนาง 55% ช็อกโกแลต 20% เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 25%

กล้วย ช่วยให้คุณลดหุ่นได้

กล้วยหอม สุดยอดแห่งการลดหุ่น
ใครกันเล่าจะคิดว่ากล้วยหอมนั้นจะเป็นสุดดยอดแห่งการลดดน้ำหนัก
สูตรลดน้ำหนัก ที่ตกเป็นข่าวดังเมื่อไม่นานมานี้เอง ได้แนะนำให้ กินกล้วยหอมเพียง 1-2 ผล พร้อมกับน้ำในอุณหภูมิห้องในมื้อเช้า ส่วนมื้อกลางวันและเย็นก็สามารถที่จะกินได้ตามปกติ อาจจะเพิ่มอาหารว่างตอนบ่ายสาม และสิ่งสำคัญก็คือ งดของหวานและเข้านอนก่อนเที่ยงคืนดด้วย
“ในทางโภชนาการนั้น สูตรดังกล่าวนั้นสามารถที่จะลดน้ำหนักได้จริง ถ้าเป็นคนที่ไม่ทานอาหารเช้าเลย หรือทานอาหารเช้าที่หนักจนเกินไป” แววตา เอกชาวนา นักโภชนาการ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้อธิบายความเป็นไปได้
กล้วยหอม 1 ลูก มีน้ำหนักประมาณ 100 กรัมเลยทีเดียว (ไม่รวมเปลือก) และจะให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี ในกรณีที่เรากินข้าวเช้าตามปกติ เช่น ข้าวมันไก่ 1 จาน ที่จะให้พลังงาน 500 กิโลแคลอรี ถ้าหากเราเปลี่ยนมากินกล้วยหอมเป็นมื้อเช้าแล้วละก็ เราจะได้แคลอรีน้อยลง ในขณะเดียวกันนั้น ถ้าหากว่ากันตามสูตรก็จะให้กินพร้อมกันกับน้ำเปล่า ทำให้อิ่มเร็วขึ้นไปอีก
สำหรับบุคคลที่ไม่เคยกินข้าวเช้า นักโภชนาการได้บอกเอาไว้ว่า สูตรนี้จะไปช่วยได้อย่างมากเลยทีเดียว เนื่องจากจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ให้ได้รับอาหารเช้า ซึ่งเป็นมื้อที่จะจำเป็นต่อร่างกายและสมองเป็นอย่างมาก
“ในสังคมปัจจุบันนั้น คนเราเร่งรีบจนไม่กินอาหารเช้าหรือบางครั้งดื่มเพียงกาแฟ 1 แก้ว ซึ่งมันส่งผลต่อระบบการเผาผลาญอาหารในร่างกายเป็นอย่างมาก กล้วยหอมนั้นจึงถือเป็นอาหารมื้อเช้า ที่จะช่วยให้ระบบการเผาผลาญพลังงานของคุณนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเลยทีเดียว”
ใน ”กล้วย” นั้นนอกจากที่จะมีคาร์โบไฮเดรต และไฟเบอร์แล้ว ก็ยังมีน้ำตาลทั้งกลูโคส, ฟลุกโตส และซูโคส ที่ช่วยเพิ่มพลังกายและสมองของเรา ให้สามารถนำไปใช้ได้ทันที ทำให้นักโภชนาการต่างมองว่า สูตรลดน้ำหนักด้วยกล้วยนี้ จะเป็นที่นิยมกันนานมากกว่ากว่าสูตรอื่นๆๆ เนื่องจากเป็นสูตรที่ง่ายๆ ราคาไม่แพงมากนัก แถมยังอร่อย ทำให้คนไม่ฝืนใจกิน ในขณะเดียวกันก็สามารถใช้กับกล้วยประเภทอื่น ๆ ได้เช่นกัน เล่น กล้วยไข่ เป็นต้น
นอกจากที่เราจะรับประทานกล้วยแล้ว ข้อห้ามเกี่ยวกับของหวานและการนอน ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ดีเหมือนเดิม น.ส.แววตาชี้ว่า ของหวานนั้นเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลดน้ำหนัก ในขณะที่การจัดเวลาของว่างช่วงบ่ายสามโมงก็ถือว่าดี จากเดิมที่คนไทยนั้นกินของว่างไม่เป็นเวลา ก็จะช่วยให้นาฬิการ่างกายเรียนรู้ และปรับระบบเผาผลาญในช่วงเวลานั้น ส่วนการนอนก่อนเที่ยงคืนนั้น ก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบเผาผลาญได้ดีขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม นักโภชนาการได้แนะนำว่า สูตรนี้เหมาะสมกับคนที่ไม่รับประทานอาหารเช้า หรือรับประทานอาหารเช้าที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ผู้ที่ไม่ควรลิ้มลองคือ ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคไต เนื่องจากว่ากล้วยมีน้ำตาลและโปแตสเซียมอยู่มาก ในขณะที่ผู้ที่รับประทานอาหารเช้าเพื่อสุขภาพอยู่แล้วก็ไม่จำเป็น อาทิเช่น คอร์นเฟลกกับนม, ข้าวกับแกงจืดตำลึง หรือ ข้าวกับไก่ผัดขิง เป็นต้น
ในขณะเดียวกันนั้น สูตรลดน้ำหนักนี้ก็ไม่เหมาะกับเด็กในวัยเรียนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเด็กวัยเรียนจะต้องการโปรตีนในช่วงเช้าเพื่อเป็นแหล่งพลังงานระหว่าง วัน โดยนักโภชนาการแนะว่า หากต้องการลดน้ำหนัก อาจจะปรับสูตร เช่น กล้วยกับหมูปิ้ง กล้วยกับไข่ต้ม หรือกล้วยกับชีสแบบไขมันต่ำ
นักโภชนาการยังบอกอีกด้วยว่า ไม่เฉพาะแต่กล้วยเท่านั้นที่สามารถนำไปใช้กับสูตรลดน้ำหนักได้ ผลไม้อื่นๆนั้นก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน โดยดูจากผลไม้ที่ไม่หวานมาก ไม่หนักแป้ง และกินได้ง่าย เช่น แคนตาลูป แอ๊ปเปิ้ล หรือแตงโม เป็นต้น แต่ ก็ควรหลีกเลี่ยงทุเรียน, ขนุน ที่หวานเกินไปหรือผลไม้ที่เป็นกรดเช่น สับปะรด
“สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำ เตือนทุกคนก็คือว่า กล้วย 1 ใบนั้น ไม่ใช่อาหารมหัศจรรย์อะไรที่จะทำให้คนเรานั้นเราผอม สวย สุขภาพดี เนื่องจากเป็นอาหารที่ไม่ครบ 5 หมู่ แต่กล้วยก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ให้คนหันมารับประทานอาหารเช้าซึ่งถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญมาก และเพิ่มสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ในมื้ออื่นของวัน และยังต้องออกกำลังกายให้สมดุลกับอาหารที่กินเข้าไปในแต่ละวันด้วย เพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง”

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

ประโยชน์ของกล้วย


ประโยชน์ของกล้วย

   ถ้าต้องการให้ระดับพลังงาน ที่หย่อนยานลงให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีอาหารว่างใดดีไปกว่า กล้วย อุดมด้วยน้ำตาลธรรมชาติ ชนิด
คือ ซูโครส ฟรุคโทส และ กลูโคส รวมกับเส้นใยและกากอาหาร กล้วยจะช่วยเสริมเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายทันทีทันใด จากงานวิจัยพบว่ากินกล้วยแค่ ผล ก็สามารถเพิ่มพลังงานให้อย่างเพียงพอ กับการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ได้นานถึง 90 นาที จึงไม่น่าแปลกใจที่กล้วยเป็นผลไม้อันดับหนึ่งของนักกีฬาชั้นนำระดับโลก ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มพลังงานเท่านั้นยังช่วยเอาชนะ และป้องกันโรคต่าง ๆ ที่จะเกิดกับร่างกายได้อีกหลายโรค จึงควรรับประทานทุกวัน

1. โรคโลหิตจาง ในกล้วยมีธาตุเหล็กสูงจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด และจะช่วยในกรณีที่มีสภาวะขาดกำลัง หรือภาวะโลหิตจาง

2. โรคความดันโลหิตสูง มีธาตุโปรแตสเซียมสูงสุด แต่มีปริมาณเกลือต่ำ ทำให้เป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่จะช่วยความดันโลหิตมาก อย.ของอเมริกา ยินยอมให้อุตสาหกรรมการปลูกกล้วยสามารถ โฆษณาได้ว่า กล้วยเป็นผลไม้พิเศษช่วยลดอันตรายอันเกิดจากเรื่องความดันโลหิตหรือโรคเส้นเลือดฝอยแตก

3. กำลังสมอง นักเรียน 200 คน ที่โรงเรียน Twickenham ได้รับผลดีจากการสอบตลอดปีนี้ ด้วยการรับประทานกล้วย ในมื้ออาหารเช้า ตอนพัก และมื้ออาหารกลางวันทุกวัน เพื่อช่วยส่งเสริมกำลังของสมองในพวกเขา จากงานวิจัยแสดง ให้เห็นว่าปริมาณโปรแตสเซียมที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในกล้วยสามารถให้นักเรียนมีการตื่นตัวในการเรียนมากขึ้น

4. โรคท้องผูก ปริมาณเส้นใยและกากอาหารที่มีอยู่ในกล้วยช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ และยังช่วยแก้ ปัญหาโรคท้องผูกโดยไม่ต้องกินยาถ่ายเลย

5. โรคความซึมเศร้า จากการสำรวจเร็ว ๆ นี้ ในจำนวนผู้ที่มีความทุกข์เกิดจากความซึมเศร้าหลายคนจะมี ความรู้สึกที่ดีขึ้นมากหลังการกินกล้วย เพราะมีโปรตีนชนิดที่เรียกว่า try potophan เมื่อสารนี้เข้าไปในร่างกายจะ ถูกเปลี่ยนเป็น serotonin เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวผ่อนคลายปรับปรุงอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ คือทำให้เรารู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้นนั่นเอง

6. อาการเมาค้าง วิธีที่เร็วที่สุดที่จะแก้อาการเมาค้าง คือ การดื่มกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง กล้วยจะทำให้ กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไปในขณะที่นมก็ช่วย ปรับระดับของเหลวในร่างกายของเรา

7. อาการเสียดท้อง กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติที่มีผลต่อร่างกายของเรา ถ้าปัญหาเกี่ยวกับอาการเสียด ท้อง ลองกินกล้วยสักผล คุณจะรู้สึกผ่อนคลายจากอาการเสียดท้องได้

8. ความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า การกินกล้วยเป็นอาหารว่างระหว่างมื้ออาหาร จะรักษาระดับน้ำตาลใน เส้นเลือดให้คงที่ เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า

9. ยุงกัด ก่อนใช้ครีมทาแก้ยุงกัด ลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด มีหลายคนพบอย่าง มหัศจรรย์ว่า เปลือกกล้วยสามารถแก้เม็ดผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้

10. ระบบประสาท ในกล้วยมีวิตามินบี สูงมาก ช่วยทำให้ระบบประสาทสงบลงได้ โรคน้ำหนักเกินและโรคที่ เกิดในที่ทำงาน จากการศึกษาของสถาบันจิตวิทยาในออสเตรียค้นพบว่า ความกดดันในที่ทำงานเป็นเหตุนำไปสู่ การกินอย่างจุบจิบ เช่นอาหารพวกช็อคโกแล็ต และอาหารประเภททอดกรอบต่าง ๆ ในจำนวนคนไข้ 5,000 คน ในโรงพยาบายต่าง ๆ นักวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่เป็นโรคอ้วนมากเกินไป และส่วนใหญ่ทำงานภายใต้ความกดดันสูง มาก จากรายงานสรุปว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการตื่นตระหนกและนำไปสู่การกินอาหารอย่างบ้าคลั่ง เราจึงต้องควบคุม ปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด ด้วยการกินอาหารว่างที่มีปริมาณคาร์โบโฮเดรตสูง เช่น กินกล้วยทุก ชั่วโมง เพื่อรักษาปริมาณน้ำตาลให้คงที่ตลอดเวลา ไม่ต้องคำนึงถึงเรื่อยยา การกินกล้วยที่มีวิตามินบี ซึ่งประกอบด้วย สารควบคุมระดับกลูโคสที่สามารถมีผลต่ออารมณ์ได้

11. โรคลำไส้เป็นแผล กล้วยเป็นอาหารที่แพทย์ใช้ควบคุม เพื่อต้านทานการเกิดโรคลำไส้เป็นแผล เพราะ เนื้อของกล้วยมีความอ่อนนิ่มพอดี เป็นผลไม้ชนิดเดียวที่ทานได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรค ลำไส้เรื้อรัง และกล้วยยังมีสภาพเป็นกลางไม่เป็นกรด ทำให้ลดการระคายเคือง และยังไปเคลือบผนังลำไส้และ กระเพาะอาหารด้วย

12. การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ในวัฒนธรรมของหลายแห่งเห็นว่ากล้วย คือผลไม้ที่สามารถทำให้ อุณหภูมิเย็นลงได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะอุณหภูมิของอารมณ์ของคนที่เป็นแม่ที่ชอบคาดหวัง ตัวอย่างในประเทศไทย จะให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์รับประทานกล้วยทุกวันเพื่อให้แน่ใจว่า ทกรกที่เกิดมา จะมีอุณหภูมิเย็น