วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

กล้วยเล็บมือนาง


กล้วยเล็บมือนาง อบน้ำผึ้ง 

 กล้วยเล็บมือนางเป็นผลิตผลทางการเกษตรที่เด่นเป็นสำคัญของอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ดังคำขวัญประจำจังหวัดว่า ลักษณะเด่นของกล้วยเล็บมือนาง อำเภอหลังสวน ก็คือ ขนาดของผลไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป รสชาติกลิ่นหอม ทำให้เป็นที่นิยมของคนต่างถิ่นจนถึงกับส่งไปจำหน่ายยังต่างจังหวัด โดยเฉพาะขึ้นห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ แต่ในบางครั้งทางร้านที่รับไปขายไม่หมดเจ้าของสวนต้องรับกล้วยที่สุกงอมกลับคืนมา เกษตรกร จึงนำมาให้ทำเป็นกล้วยอบแห้งเพื่อเป็นการเก็บถนอมอาหารอย่างดี 


กล้วยเล็บมือนางเคลือบช็อกโกแล็ต 

กล้วยเล็บมือนางอบแห้ง นำมาจุ่มช็อกโกแลต โดยให้เคลือบอย่างสม่ำเสมอ โรยทับ/คลุกกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ปั่น/อบแล้ว ในอัตราส่วน กล้วยเล็บมือนาง 55% ช็อกโกแลต 20% เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 25%

กล้วย ช่วยให้คุณลดหุ่นได้

กล้วยหอม สุดยอดแห่งการลดหุ่น
ใครกันเล่าจะคิดว่ากล้วยหอมนั้นจะเป็นสุดดยอดแห่งการลดดน้ำหนัก
สูตรลดน้ำหนัก ที่ตกเป็นข่าวดังเมื่อไม่นานมานี้เอง ได้แนะนำให้ กินกล้วยหอมเพียง 1-2 ผล พร้อมกับน้ำในอุณหภูมิห้องในมื้อเช้า ส่วนมื้อกลางวันและเย็นก็สามารถที่จะกินได้ตามปกติ อาจจะเพิ่มอาหารว่างตอนบ่ายสาม และสิ่งสำคัญก็คือ งดของหวานและเข้านอนก่อนเที่ยงคืนดด้วย
“ในทางโภชนาการนั้น สูตรดังกล่าวนั้นสามารถที่จะลดน้ำหนักได้จริง ถ้าเป็นคนที่ไม่ทานอาหารเช้าเลย หรือทานอาหารเช้าที่หนักจนเกินไป” แววตา เอกชาวนา นักโภชนาการ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้อธิบายความเป็นไปได้
กล้วยหอม 1 ลูก มีน้ำหนักประมาณ 100 กรัมเลยทีเดียว (ไม่รวมเปลือก) และจะให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี ในกรณีที่เรากินข้าวเช้าตามปกติ เช่น ข้าวมันไก่ 1 จาน ที่จะให้พลังงาน 500 กิโลแคลอรี ถ้าหากเราเปลี่ยนมากินกล้วยหอมเป็นมื้อเช้าแล้วละก็ เราจะได้แคลอรีน้อยลง ในขณะเดียวกันนั้น ถ้าหากว่ากันตามสูตรก็จะให้กินพร้อมกันกับน้ำเปล่า ทำให้อิ่มเร็วขึ้นไปอีก
สำหรับบุคคลที่ไม่เคยกินข้าวเช้า นักโภชนาการได้บอกเอาไว้ว่า สูตรนี้จะไปช่วยได้อย่างมากเลยทีเดียว เนื่องจากจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ให้ได้รับอาหารเช้า ซึ่งเป็นมื้อที่จะจำเป็นต่อร่างกายและสมองเป็นอย่างมาก
“ในสังคมปัจจุบันนั้น คนเราเร่งรีบจนไม่กินอาหารเช้าหรือบางครั้งดื่มเพียงกาแฟ 1 แก้ว ซึ่งมันส่งผลต่อระบบการเผาผลาญอาหารในร่างกายเป็นอย่างมาก กล้วยหอมนั้นจึงถือเป็นอาหารมื้อเช้า ที่จะช่วยให้ระบบการเผาผลาญพลังงานของคุณนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเลยทีเดียว”
ใน ”กล้วย” นั้นนอกจากที่จะมีคาร์โบไฮเดรต และไฟเบอร์แล้ว ก็ยังมีน้ำตาลทั้งกลูโคส, ฟลุกโตส และซูโคส ที่ช่วยเพิ่มพลังกายและสมองของเรา ให้สามารถนำไปใช้ได้ทันที ทำให้นักโภชนาการต่างมองว่า สูตรลดน้ำหนักด้วยกล้วยนี้ จะเป็นที่นิยมกันนานมากกว่ากว่าสูตรอื่นๆๆ เนื่องจากเป็นสูตรที่ง่ายๆ ราคาไม่แพงมากนัก แถมยังอร่อย ทำให้คนไม่ฝืนใจกิน ในขณะเดียวกันก็สามารถใช้กับกล้วยประเภทอื่น ๆ ได้เช่นกัน เล่น กล้วยไข่ เป็นต้น
นอกจากที่เราจะรับประทานกล้วยแล้ว ข้อห้ามเกี่ยวกับของหวานและการนอน ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ดีเหมือนเดิม น.ส.แววตาชี้ว่า ของหวานนั้นเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลดน้ำหนัก ในขณะที่การจัดเวลาของว่างช่วงบ่ายสามโมงก็ถือว่าดี จากเดิมที่คนไทยนั้นกินของว่างไม่เป็นเวลา ก็จะช่วยให้นาฬิการ่างกายเรียนรู้ และปรับระบบเผาผลาญในช่วงเวลานั้น ส่วนการนอนก่อนเที่ยงคืนนั้น ก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบเผาผลาญได้ดีขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม นักโภชนาการได้แนะนำว่า สูตรนี้เหมาะสมกับคนที่ไม่รับประทานอาหารเช้า หรือรับประทานอาหารเช้าที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ผู้ที่ไม่ควรลิ้มลองคือ ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคไต เนื่องจากว่ากล้วยมีน้ำตาลและโปแตสเซียมอยู่มาก ในขณะที่ผู้ที่รับประทานอาหารเช้าเพื่อสุขภาพอยู่แล้วก็ไม่จำเป็น อาทิเช่น คอร์นเฟลกกับนม, ข้าวกับแกงจืดตำลึง หรือ ข้าวกับไก่ผัดขิง เป็นต้น
ในขณะเดียวกันนั้น สูตรลดน้ำหนักนี้ก็ไม่เหมาะกับเด็กในวัยเรียนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเด็กวัยเรียนจะต้องการโปรตีนในช่วงเช้าเพื่อเป็นแหล่งพลังงานระหว่าง วัน โดยนักโภชนาการแนะว่า หากต้องการลดน้ำหนัก อาจจะปรับสูตร เช่น กล้วยกับหมูปิ้ง กล้วยกับไข่ต้ม หรือกล้วยกับชีสแบบไขมันต่ำ
นักโภชนาการยังบอกอีกด้วยว่า ไม่เฉพาะแต่กล้วยเท่านั้นที่สามารถนำไปใช้กับสูตรลดน้ำหนักได้ ผลไม้อื่นๆนั้นก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน โดยดูจากผลไม้ที่ไม่หวานมาก ไม่หนักแป้ง และกินได้ง่าย เช่น แคนตาลูป แอ๊ปเปิ้ล หรือแตงโม เป็นต้น แต่ ก็ควรหลีกเลี่ยงทุเรียน, ขนุน ที่หวานเกินไปหรือผลไม้ที่เป็นกรดเช่น สับปะรด
“สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำ เตือนทุกคนก็คือว่า กล้วย 1 ใบนั้น ไม่ใช่อาหารมหัศจรรย์อะไรที่จะทำให้คนเรานั้นเราผอม สวย สุขภาพดี เนื่องจากเป็นอาหารที่ไม่ครบ 5 หมู่ แต่กล้วยก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ให้คนหันมารับประทานอาหารเช้าซึ่งถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญมาก และเพิ่มสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ในมื้ออื่นของวัน และยังต้องออกกำลังกายให้สมดุลกับอาหารที่กินเข้าไปในแต่ละวันด้วย เพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง”

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

ประโยชน์ของกล้วย


ประโยชน์ของกล้วย

   ถ้าต้องการให้ระดับพลังงาน ที่หย่อนยานลงให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีอาหารว่างใดดีไปกว่า กล้วย อุดมด้วยน้ำตาลธรรมชาติ ชนิด
คือ ซูโครส ฟรุคโทส และ กลูโคส รวมกับเส้นใยและกากอาหาร กล้วยจะช่วยเสริมเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายทันทีทันใด จากงานวิจัยพบว่ากินกล้วยแค่ ผล ก็สามารถเพิ่มพลังงานให้อย่างเพียงพอ กับการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ได้นานถึง 90 นาที จึงไม่น่าแปลกใจที่กล้วยเป็นผลไม้อันดับหนึ่งของนักกีฬาชั้นนำระดับโลก ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มพลังงานเท่านั้นยังช่วยเอาชนะ และป้องกันโรคต่าง ๆ ที่จะเกิดกับร่างกายได้อีกหลายโรค จึงควรรับประทานทุกวัน

1. โรคโลหิตจาง ในกล้วยมีธาตุเหล็กสูงจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด และจะช่วยในกรณีที่มีสภาวะขาดกำลัง หรือภาวะโลหิตจาง

2. โรคความดันโลหิตสูง มีธาตุโปรแตสเซียมสูงสุด แต่มีปริมาณเกลือต่ำ ทำให้เป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่จะช่วยความดันโลหิตมาก อย.ของอเมริกา ยินยอมให้อุตสาหกรรมการปลูกกล้วยสามารถ โฆษณาได้ว่า กล้วยเป็นผลไม้พิเศษช่วยลดอันตรายอันเกิดจากเรื่องความดันโลหิตหรือโรคเส้นเลือดฝอยแตก

3. กำลังสมอง นักเรียน 200 คน ที่โรงเรียน Twickenham ได้รับผลดีจากการสอบตลอดปีนี้ ด้วยการรับประทานกล้วย ในมื้ออาหารเช้า ตอนพัก และมื้ออาหารกลางวันทุกวัน เพื่อช่วยส่งเสริมกำลังของสมองในพวกเขา จากงานวิจัยแสดง ให้เห็นว่าปริมาณโปรแตสเซียมที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในกล้วยสามารถให้นักเรียนมีการตื่นตัวในการเรียนมากขึ้น

4. โรคท้องผูก ปริมาณเส้นใยและกากอาหารที่มีอยู่ในกล้วยช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ และยังช่วยแก้ ปัญหาโรคท้องผูกโดยไม่ต้องกินยาถ่ายเลย

5. โรคความซึมเศร้า จากการสำรวจเร็ว ๆ นี้ ในจำนวนผู้ที่มีความทุกข์เกิดจากความซึมเศร้าหลายคนจะมี ความรู้สึกที่ดีขึ้นมากหลังการกินกล้วย เพราะมีโปรตีนชนิดที่เรียกว่า try potophan เมื่อสารนี้เข้าไปในร่างกายจะ ถูกเปลี่ยนเป็น serotonin เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวผ่อนคลายปรับปรุงอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ คือทำให้เรารู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้นนั่นเอง

6. อาการเมาค้าง วิธีที่เร็วที่สุดที่จะแก้อาการเมาค้าง คือ การดื่มกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง กล้วยจะทำให้ กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไปในขณะที่นมก็ช่วย ปรับระดับของเหลวในร่างกายของเรา

7. อาการเสียดท้อง กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติที่มีผลต่อร่างกายของเรา ถ้าปัญหาเกี่ยวกับอาการเสียด ท้อง ลองกินกล้วยสักผล คุณจะรู้สึกผ่อนคลายจากอาการเสียดท้องได้

8. ความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า การกินกล้วยเป็นอาหารว่างระหว่างมื้ออาหาร จะรักษาระดับน้ำตาลใน เส้นเลือดให้คงที่ เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า

9. ยุงกัด ก่อนใช้ครีมทาแก้ยุงกัด ลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด มีหลายคนพบอย่าง มหัศจรรย์ว่า เปลือกกล้วยสามารถแก้เม็ดผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้

10. ระบบประสาท ในกล้วยมีวิตามินบี สูงมาก ช่วยทำให้ระบบประสาทสงบลงได้ โรคน้ำหนักเกินและโรคที่ เกิดในที่ทำงาน จากการศึกษาของสถาบันจิตวิทยาในออสเตรียค้นพบว่า ความกดดันในที่ทำงานเป็นเหตุนำไปสู่ การกินอย่างจุบจิบ เช่นอาหารพวกช็อคโกแล็ต และอาหารประเภททอดกรอบต่าง ๆ ในจำนวนคนไข้ 5,000 คน ในโรงพยาบายต่าง ๆ นักวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่เป็นโรคอ้วนมากเกินไป และส่วนใหญ่ทำงานภายใต้ความกดดันสูง มาก จากรายงานสรุปว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการตื่นตระหนกและนำไปสู่การกินอาหารอย่างบ้าคลั่ง เราจึงต้องควบคุม ปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด ด้วยการกินอาหารว่างที่มีปริมาณคาร์โบโฮเดรตสูง เช่น กินกล้วยทุก ชั่วโมง เพื่อรักษาปริมาณน้ำตาลให้คงที่ตลอดเวลา ไม่ต้องคำนึงถึงเรื่อยยา การกินกล้วยที่มีวิตามินบี ซึ่งประกอบด้วย สารควบคุมระดับกลูโคสที่สามารถมีผลต่ออารมณ์ได้

11. โรคลำไส้เป็นแผล กล้วยเป็นอาหารที่แพทย์ใช้ควบคุม เพื่อต้านทานการเกิดโรคลำไส้เป็นแผล เพราะ เนื้อของกล้วยมีความอ่อนนิ่มพอดี เป็นผลไม้ชนิดเดียวที่ทานได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรค ลำไส้เรื้อรัง และกล้วยยังมีสภาพเป็นกลางไม่เป็นกรด ทำให้ลดการระคายเคือง และยังไปเคลือบผนังลำไส้และ กระเพาะอาหารด้วย

12. การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ในวัฒนธรรมของหลายแห่งเห็นว่ากล้วย คือผลไม้ที่สามารถทำให้ อุณหภูมิเย็นลงได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะอุณหภูมิของอารมณ์ของคนที่เป็นแม่ที่ชอบคาดหวัง ตัวอย่างในประเทศไทย จะให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์รับประทานกล้วยทุกวันเพื่อให้แน่ใจว่า ทกรกที่เกิดมา จะมีอุณหภูมิเย็น

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557

กล้วยหอม

กล้วยหอม ป็นไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ เช่น กล้วยหอมจันท์ กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว จัดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารครบถ้วนตามหลักทางโภชนาการ อาทิเช่น มีวิตามิน ไฟเบอร์ ที่มีส่วนช่วยในเรื่องของการขับถ่าย มีสารแทนนิน ซึ่งมีส่วนช่วยในการยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีชื่อว่า Escherichia coli ที่เชื่อว่าทำให้เกิดอาการท้องร่วงได้ เป็นต้น ซึ่งกล้วยหอมได้ถูกจัดว่าเป็นผลไม้ของเขตเมืองร้อน สามารถปลูกได้เกือบทุกประเทศที่มีภูมิอากาศร้อนชื้นหลายแห่ง สำหรับประเทศไทยสามารถปลูกกล้วยหอมได้ทั่วทุกภาค ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่สำหรับปลูกกล้วยหอมอยู่ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ไร่ (ผลการสำรวจปี พ.ศ. ๒๕๒๙) โดยพบว่าภาคที่มีการปลูกกล้วยหอมมากที่สุดได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) ภาคใต้ แต่ภาคใต้ และภาคตะวันออก จะเน้นปลูกกล้วยหอมเพื่อการค้า

ลักษณะ ทั่วไป

ลำต้นสูง 2.5 - 3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 20 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกมีประดำ ด้านในสีเขียวอ่อนและมีเส้นลายสีชมพู ก้านใบมีร่องค่อนข้างกว้าง และ มีปีก เส้นกลางใบสีเขียวก้านเครือมีขน ปลีรูปทรงกระโปก ค่อนข้างยาวมรขนตรงโคน ปลายแหลม ด้านบนสีแดงอมม่วง มีไข ด้านในสีแดงซีด ติดผลเป็นเครือ เครือหนึ่งมี 4 - 6 หวี หวีหนึ่งมี 12 - 16 ผล กว้าง 3 - 4 เซนติเมตร ยาว 21 - 25 เซนติเมตร ปลายผลมีจุกเห็นชัดเปลือกบาง เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง แต่ที่ปลายจุกจะมีสีเขียว แล้วเปลี่ยนสีภายหลัง เนื้อสีเหลืองเข้ม กลิ่นหอม รสหวาน.